แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การดูแลผิวสวย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การดูแลผิวสวย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ถนอมผิวหน้าหนาวให้สวยอยู่เสมอ





หน้าหนาวแวะเวียนมาทักทายผิวสาวทีไร ใครบ้างไม่วิตกกังวลพะวงเรื่องผิวพรรณกันจริงมั้ยคะ โดยเฉพาะกับสาวที่มีผิวแห้งยิ่งเครียดไปกันใหญ่ เพราะลมหนาวที่โบกมือทักทายนั้นจะทำหน้าที่ดูดซับความชุ่มชื้นใต้ผิวหนังให้ระเหยมากับอากาศที่แห้งมากขึ้น ส่งผลให้เกิดผิวแตกเป็นขุย มีอาการคันและแสบยิบๆ ตามมากวนใจอีก แบบนี้คงปล่อยไว้ไม่ได้แล้วล่ะ ดังนั้น มาดูวิธีป้องกันเพื่อช่วยถนอมผิวหน้าหนาวให้สวยชุ่มชื้นอยู่ตลอดกันดีกว่า



น้ำมีความจำเป็นต่อเซลล์ผิวหนังเป็นอย่างมากเนื่องจากร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำถึง 70% ดังนั้น นอกจากจะทำให้ผิวพรรณดี เปล่งปลั่งได้แล้ว ยังช่วยให้ระบบอวัยะวะต่างๆ ในร่างกายทำงานอย่างสมดุลย์มากขึ้น ยิ่งดื่มน้ำให้ครบ 8-10 แก้วในแต่ละวัน สภาพผิวที่แห้งก็จะปรับตัวให้ชุ่มชื้นไร้ริ้วรอยเหี่ยวย่นมาคอยกวนใจได้อย่างเป็นธรรมชาติแน่นอน


ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวราคาถูกมากๆ หรือราคาปานกลางมักมีส่วนผสมของน้ำมันปิโตรเลียม(Mineral Oil) ส่วนผสมนี้จะปิดเคลือบผิวชั้นนอกด้วยน้ำมัน แต่ไม่ได้ช่วยให้สภาพผิวชุ่มชื้นขึ้นได้เลย หลายครั้งหากคุณสังเกตว่าเมื่อทาเสร็จแล้วยังต้องกลับมาทาซ้ำใหม่อีกครั้ง นั่นก็เพราะยังคงรู้สึกว่าใบหน้ายังคงแห้งตึงเหมือนเดิม จะให้ดีลงทุนเสียเงินเพิ่มอีกหน่อยเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ได้มาตรฐานเพื่อช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ใบหน้า อาจเลือกที่มีส่วนผสมสำคัญอย่างHumectant กรดไฮยารูโลนิค ซึ่งเป็นสารในการสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ


แม้หน้าหนาวจะเป็นช่วงเวลาของการอาบน้ำอุ่นโดยแท้ แต่หากเรามีสภาพผิวแห้ง คงไม่เหมาะสมอย่างแน่นอน เนื่องจากจะยิ่งดูดซับน้้ำมันหล่อเลี้ยงที่อยู่ใต้ผิวให้ออกมามากขึ้น ทำให้เกิดผิวแห้ง แตกเป็นขุยยิ่งกว่าเดิมได้อีก แถมยังมีสะเก็ดให้เราเห็นตอกย้ำจนช้ำหัวใจอีกต่างหาก


เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น โดยปกติผิวหนังเราแทบจะไม่มีเหงื่อไคลไหลย้อยอยู่แล้ว หากไม่ได้ทำงานท่ามกลางความสกปรกที่อาจปนเปื้อนมาอย่างจริงจัง ดังนั้น ขณะอาบน้ำอาจจะหลีกเลี่ยงการขัดผิว จากที่เคยขัดบ่อยสัปดาห์ละ 2-3 วัน ก็เปลี่ยนมาขัดสัปดาห์ละ1 วันก็พอแล้ว เพราะเพียงแค่สภาพอากาศก็ทำร้ายผิวเรามากเกินพอแล้ว แต่หากคุณยิ่งขัดผิวเพื่อผลัดเซลล์ผิวหนังล่ะก็ เผลอๆ จะเป็นการกระตุ้นให้ผิวลอกล่อน แห้งแตกเป็นขุย และยังทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นมากขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับวิธีถนอมผิวหน้าหนาวให้สวยอยู่เสมอ หน้าหนาวมาทักทายนั้น ไม่ว่าสภาพผิวไหนเป็นต้องถูกทำลายอยู่แล้ว ดังนั้น หันมาถนอมผิวด้วยเคล็ดลับดีๆ จากเรากันเถอะค่ะ


ดูข้อมูลที่ http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การดูแลผิวสวยด้วย ผลไม้ 9 อย่าง หรือใช้สบู่คลอลาเจนเป็นทางเลือกให้ผิวคุณ


การดูแลผิวให้สวย ใส สุขภาพดี เป็นเรื่องที่คุณสาวๆ พลาดไม่ได้เลย และคุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องการให้ผิวสวยใช่หรือป่าวคะ วันนี้จะมีเคล็ดลับจากผล ไม้ 9 อย่าง เชื่อไหมคะว่าการที่เราเลือกกินผลไม้บางอย่างนั้น นอกจากจะได้ความอร่อยแล้วยังช่วยบำรุงผิวของเราได้อีกด้วย

1 ส้ม
ส้มซึ่งมีหลายชนิดและเลือกรับประทานได้ ผลที่มีรสเปรี้ยวหรือหวาน มักจะมีแคลเซียม โปแทสเซียม ไวตามินเอ และไวตามินซี มากเป็นพิเศษซึ่งทำให้ส้มนั้น อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสดูอ่อนไวตลอด เวลา


2 มะนาว
นับเป็นผลไม้ที่มีคุณค่า นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงรส นอกจากนี้ยังถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการและทางการแพทย์ด้วย ซึ่งมะนาวนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีประโยชน์ต่อผิว และยังช่วยทำความสะอาดตับซึ่งทำหน้าที่กำจัดของเสียออกจากร่างกายได้อีกด้วย


3 ฝรั่ง
ฝรั่ง 1 ขีดมีวิตามินซีสูงถึง180 มิลลิกรัม วิตามินซีมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าของคุณเต่งตึง ไม่แก่ก่อนวัยซึ่งคอยบำรุงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือคอลลาเจนตัวเดียวกับที่ทำ ให้หน้าสาวๆอย่างเราเต่งตึงนี่แหละค่ะ นอกจากนี้น้ำต้มผลฝรั่งตากแห้ง มีฤทธิ์แก้คออักเสบ เสียงแห้งด้วยค่ะ


4 กล้วย
กล้วยทุกชนิดนั้นดีต่อสุขภาพแต่แนะนำให้ทานกล้วยไข่ค่ะ ซึ่งกล้วยไข่นั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระหรือเบต้าแคโรทีนมากกว่ากล้วยอื่นๆเป็นพิเศษค่ะ ซึ่งช่วยทำให้ผิวนั้นไม่เหี่ยวย่นไปตามวัยค่ะ

5 กีวี
กีวีซึ่งมีวิตามินอีมากสุดจากการวิจัยค่ะ และประกอบด้วยวิตามินซีที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างคอลลาเจนอีกด้วยค่ะ




6 แครอต
แครอตนั้นอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูงที่สุดในบรรดาผักสีส้มด้วย กันค่ะ และเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนสภาพเป็นวิตามินเอ ซึ่งมีประโยชน์ต่อสายตา ทำให้มองเห็นในที่มืดและรักษาโรคตาฟางได้อีกดวยค่ะ และนอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจาก ควันบุหรี่และแสงแดดที่แรงจัดได้ค่ะ



7 อะโวคาโด
อะโวคาโด้นั้นเมื่อทานเข้าไปจะทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยค่ะ เพราะวิตามินบีในอะโวคาโด จะทำให้ร่างกายเกิดความต้านทานในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการปกป้องผิวหน้าจากมลพิษได้ด้วยค่ะ และการกินอะโวคาโดวันละผลจะช่วยทำให้ร่างกายได้รับวิตามินอีที่ร่างกายต้อง การเพียงพอในแต่ละวันค่ะ

8 มะเขือเทศ
มะเขือเทศมีเบต้าแคโรทีนมากค่ะและสามารถรักษาสิว สมานผิวหน้าให้เต่งตึง โดยใช้น้ำมะเขือเทศพอกหน้า หรือนำมะเขือเทศสุกฝานบาง ๆ แปะบนใบหน้า จะช่วยให้ผิวหน้าอ่อนนุ่มได้ค่ัะ มะเขือเทศนั้นมีสรรพคุณทางยาค่อนข้างสูงค่ะ เพราะมะเขือเทศมีวิตามินพี ซึ่งจะช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะจึงสามารถแก้อาการความดัน และมะเขือเทศมีวิตามินเอจึงสามารถรักษาโรคตาได้ค่ะ เท่านั้นยังไม่พอค่ะ ยังมีอีกหนึ่งอย่างคือมีวิตามินซีมากทำให้สามารถป้องกันและรักษาโรคลักปิด ลักเปิดและช่วยการช่วยระบบการย่อยและช่วยการขับถ่ายอุจจาระอีกด้วย

9 ทุเรียน
คงแปลกใจใช่ไหมหล่ะคะทำไมถึงมี ทุเรียนติดมาด้วย ซึ่งทุเรียนนั้นถึงแม้อาจจะอ้วนแต่ว่าเนื้อทุเรียนนั้นมีความร้อน ทำให้แก้โรคผิวหนังหรือทำให้ฝี-หนอง แห้งและเนื้อทุเรียนมีฤทธิ์ขับพยาธิอีกด้วยค่ะ ส่วนเปลือกหนามทุเรียนนั้นนำมาสับแล้วแช่ในน้ำปูนใสสามารถใช้ชะล้างแผลที่ เกิดจากน้ำเหลืองเสีย แผลพุพอง หรือนำมาเผาทำถ่าน บดจนเป็นผง คลุกในน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันงา ลดความบวมพองจากคางทูมได้ค่ะ และยังสามารถเผาเอาควันไล่ยุงและแมลงได้อีกด้วยค่ะ ส่วนใบของทุเรียนนั้นสามารถใช้ต้มน้ำอาบแก้ไข้ แก้ดีซ่านและเป็นส่วนผสมในยาขับพยาธิด้วยค่ะ สุดท้ายรากจากต้นทุเรียนนำไปตัดเป็นข้อ ๆ ต้มให้เดือด ดื่มบรรเทาอาการไข้และรักษาอาการท้องร่วงได้ด้วยค่ะ สารพัดประโยชน์จริงเลยค่ะ(แต่บริโภคแต่พอดีนะคะ) 

    



ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com