แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไร้สิวฝ้ากระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไร้สิวฝ้ากระ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การดูแลผิวสวยด้วย ผลไม้ 9 อย่าง หรือใช้สบู่คลอลาเจนเป็นทางเลือกให้ผิวคุณ


การดูแลผิวให้สวย ใส สุขภาพดี เป็นเรื่องที่คุณสาวๆ พลาดไม่ได้เลย และคุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องการให้ผิวสวยใช่หรือป่าวคะ วันนี้จะมีเคล็ดลับจากผล ไม้ 9 อย่าง เชื่อไหมคะว่าการที่เราเลือกกินผลไม้บางอย่างนั้น นอกจากจะได้ความอร่อยแล้วยังช่วยบำรุงผิวของเราได้อีกด้วย

1 ส้ม
ส้มซึ่งมีหลายชนิดและเลือกรับประทานได้ ผลที่มีรสเปรี้ยวหรือหวาน มักจะมีแคลเซียม โปแทสเซียม ไวตามินเอ และไวตามินซี มากเป็นพิเศษซึ่งทำให้ส้มนั้น อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสดูอ่อนไวตลอด เวลา


2 มะนาว
นับเป็นผลไม้ที่มีคุณค่า นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงรส นอกจากนี้ยังถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการและทางการแพทย์ด้วย ซึ่งมะนาวนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีประโยชน์ต่อผิว และยังช่วยทำความสะอาดตับซึ่งทำหน้าที่กำจัดของเสียออกจากร่างกายได้อีกด้วย


3 ฝรั่ง
ฝรั่ง 1 ขีดมีวิตามินซีสูงถึง180 มิลลิกรัม วิตามินซีมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าของคุณเต่งตึง ไม่แก่ก่อนวัยซึ่งคอยบำรุงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือคอลลาเจนตัวเดียวกับที่ทำ ให้หน้าสาวๆอย่างเราเต่งตึงนี่แหละค่ะ นอกจากนี้น้ำต้มผลฝรั่งตากแห้ง มีฤทธิ์แก้คออักเสบ เสียงแห้งด้วยค่ะ


4 กล้วย
กล้วยทุกชนิดนั้นดีต่อสุขภาพแต่แนะนำให้ทานกล้วยไข่ค่ะ ซึ่งกล้วยไข่นั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระหรือเบต้าแคโรทีนมากกว่ากล้วยอื่นๆเป็นพิเศษค่ะ ซึ่งช่วยทำให้ผิวนั้นไม่เหี่ยวย่นไปตามวัยค่ะ

5 กีวี
กีวีซึ่งมีวิตามินอีมากสุดจากการวิจัยค่ะ และประกอบด้วยวิตามินซีที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างคอลลาเจนอีกด้วยค่ะ




6 แครอต
แครอตนั้นอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูงที่สุดในบรรดาผักสีส้มด้วย กันค่ะ และเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนสภาพเป็นวิตามินเอ ซึ่งมีประโยชน์ต่อสายตา ทำให้มองเห็นในที่มืดและรักษาโรคตาฟางได้อีกดวยค่ะ และนอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจาก ควันบุหรี่และแสงแดดที่แรงจัดได้ค่ะ



7 อะโวคาโด
อะโวคาโด้นั้นเมื่อทานเข้าไปจะทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยค่ะ เพราะวิตามินบีในอะโวคาโด จะทำให้ร่างกายเกิดความต้านทานในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการปกป้องผิวหน้าจากมลพิษได้ด้วยค่ะ และการกินอะโวคาโดวันละผลจะช่วยทำให้ร่างกายได้รับวิตามินอีที่ร่างกายต้อง การเพียงพอในแต่ละวันค่ะ

8 มะเขือเทศ
มะเขือเทศมีเบต้าแคโรทีนมากค่ะและสามารถรักษาสิว สมานผิวหน้าให้เต่งตึง โดยใช้น้ำมะเขือเทศพอกหน้า หรือนำมะเขือเทศสุกฝานบาง ๆ แปะบนใบหน้า จะช่วยให้ผิวหน้าอ่อนนุ่มได้ค่ัะ มะเขือเทศนั้นมีสรรพคุณทางยาค่อนข้างสูงค่ะ เพราะมะเขือเทศมีวิตามินพี ซึ่งจะช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะจึงสามารถแก้อาการความดัน และมะเขือเทศมีวิตามินเอจึงสามารถรักษาโรคตาได้ค่ะ เท่านั้นยังไม่พอค่ะ ยังมีอีกหนึ่งอย่างคือมีวิตามินซีมากทำให้สามารถป้องกันและรักษาโรคลักปิด ลักเปิดและช่วยการช่วยระบบการย่อยและช่วยการขับถ่ายอุจจาระอีกด้วย

9 ทุเรียน
คงแปลกใจใช่ไหมหล่ะคะทำไมถึงมี ทุเรียนติดมาด้วย ซึ่งทุเรียนนั้นถึงแม้อาจจะอ้วนแต่ว่าเนื้อทุเรียนนั้นมีความร้อน ทำให้แก้โรคผิวหนังหรือทำให้ฝี-หนอง แห้งและเนื้อทุเรียนมีฤทธิ์ขับพยาธิอีกด้วยค่ะ ส่วนเปลือกหนามทุเรียนนั้นนำมาสับแล้วแช่ในน้ำปูนใสสามารถใช้ชะล้างแผลที่ เกิดจากน้ำเหลืองเสีย แผลพุพอง หรือนำมาเผาทำถ่าน บดจนเป็นผง คลุกในน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันงา ลดความบวมพองจากคางทูมได้ค่ะ และยังสามารถเผาเอาควันไล่ยุงและแมลงได้อีกด้วยค่ะ ส่วนใบของทุเรียนนั้นสามารถใช้ต้มน้ำอาบแก้ไข้ แก้ดีซ่านและเป็นส่วนผสมในยาขับพยาธิด้วยค่ะ สุดท้ายรากจากต้นทุเรียนนำไปตัดเป็นข้อ ๆ ต้มให้เดือด ดื่มบรรเทาอาการไข้และรักษาอาการท้องร่วงได้ด้วยค่ะ สารพัดประโยชน์จริงเลยค่ะ(แต่บริโภคแต่พอดีนะคะ) 

    



ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com


วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิธีบำรุงผิวให้สวยใสสุขภาพดี ง่ายๆ 5 ขั้นตอน



1. กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ

อาหารเป็นสิ่งสำคัญต่อผิวมากกว่าเครื่องสำอางใดๆ ดังนั้นเราจึงควรเลือกอาหารที่จะช่วยดูแลสุขภาพผิวพรรณอย่างถูกต้อง เช่น อาหารอุดมวิตามินเอ เช่น นมสด ผลิตภัณฑ์จากนม ตับ ฟักทอง แคร์รอต ผักบุ้ง ตำลึง อาหารพวกนี้นอกจากจะช่วยทำให้ผิวสวยแล้ว ยังช่วยซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อในร่างกายอีกด้วย

• อาหารอุดมด้วยวิตามินบี เช่น เนื้อปลา เป็ด ไก่ ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ

• อาหารอุดมด้วยวิตามินซี เช่น ผักผลไม้ทั้งหลาย วิตามินซีในผักผลไม้จะช่วยทำให้ผิวหนังยืดหยุ่น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

• อาหารอุดมด้วยวิตามินอี เช่น จมูกข้าวสาลี ธัญพืชต่างๆ วิตามินอีจะช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน ป้องกันแผลเป็น

• น้ำมันปลา ซึ่งมีกรดไขมันโอเมกา-3 จะช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูมีสุขภาพดี

• ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร หรือ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว 

2. ทำอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ

แม้อารมณ์จะมีความสำคัญโดยอ้อมกับผิวพรรณ แต่ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ เพราะถ้าอารมณ์หงุดหงิด โกรธง่ายจะทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดไม่ดี ท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ไม่อยากอาหาร ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จึงส่งผลให้สุขภาพผิวแย่ไปด้วย 

3. พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยทำให้ใบหน้าดูสดใสเต่งตึง เนื่องจากผิวได้รับการซ่อมแซมในระหว่างหลับอย่างเต็มที่ การพักผ่อนในที่นี้ยังรวมถึงการผ่อนคลายในรูปแบบต่างๆ ด้วย เช่น การเล่นโยคะ บริหาร่างกาย นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ เป็นต้น
  
4. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมจะช่วยให้โลหิตนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยขับถ่ายพิษหรือของเสียออกจากร่างกายทางเหงื่อได้ ผิวพรรณจึงดูสดใส เปล่งปลั่ง และมีเลือดฝาด
  
5. ดูแลความสะอาดของผิวพรรณ

เป็นวิธีช่วยเพิ่มเสน่ห์ของผิวพรรณได้อีกทางหนึ่ง เพราะจะทำให้ผิวสดชื่นปลอดจากเชื้อโรคหรือเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง การอาบน้ำอุ่นอุณหภูมิพอเหมาะ (ประมาณ 38 องศาเซลเซียส) จะช่วยทำความสะอาดผิวหนังได้ดีมาก และยังกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด แต่หากอาบน้ำอุ่นจัดเป็นเวลานานเกินไปอาจทำให้อ่อนเพลียได้ง่าย สำหรับสบู่ที่ใช้ทำความสะอาดผิวควรมีค่า pH5 หรือน้อยกว่านั้นและควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำชนิดโฟม เพราะทั้งสบู่ที่มีฤทธิ์แรงและโฟมจะทำลายไขมันตามธรรมชาติที่เคลือบอยู่บนผิว ทำให้ผิวแห้ง หลังอาบน้ำควรทาครีมบำรุงผิวให้ทั่วตัว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว


    



ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ผิวแพ้ง่าย ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ





ผิวแพ้ง่ายต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

          ในช่วงชีวิตหนึ่งของสาวๆ ย่อมรักสวยรักงามเป็นธรรมดา จึงมีสาว ๆ หลาย ๆ คนที่มักหาเครื่องสำอางหรือทรีทเม้นท์บำรุงผิวหลากหลายมาลอง ซึ่งหารู้ไม่ว่าวันหนึ่งสาว ๆ อาจพบว่า ผิวหน้าของเรากลายเป็นผิวแพ้ง่ายไปซะแล้วก็ได้ บางทีถึงกับใช้เครื่องสำอางอะไรก็แพ้ แม้แต่เครื่องสำอางที่เคยใช้แล้วไม่มีปัญหาก็กลับมาแพ้ได้…

         สาเหตุของผิวแพ้ง่าย

          ความสำคัญของผิวไม่ใช่เป็นเรื่องความสวยความงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ แท้จริงแล้วผิวมีความสำคัญต่อร่างกายมาก เปรียบเสมือนกำแพงป้องกันร่างกายของเราจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่าง ๆ ภายนอก ผิวก็เหมือนกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกายค่ะ คือมีระบบประสาท ระบบสารสื่อประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน เหมือนทหารยามคอยดูแลกำแพงไว้ ถ้าเกิดมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาก็จะทำการสู้รบเกิดเป็นผิวหนังอักเสบได้

          ในผู้ที่มีภาวะผิวแพ้ง่าย หรือ sensitive skin เริ่มต้นจากการที่กำแพงผิวหนังเราไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดการกระตุ้นระบบประสาทรับรู้ของผิวได้ไวกว่าปกติ (การรับรู้ของผิวไม่ได้หมายถึงการแตะหรือการจับนะคะแต่หมายถึงการรับรู้ต่อสิ่งแปลกปลอมสารเคมีต่าง ๆ) เมื่อเกิดการรับรู้ไวกว่าปกติ ก็เกิดปฏิกิริยาการอักเสบได้ง่ายเกิดเป็นผิวแพ้ง่ายขึ้น

          สำหรับกำแพงผิวนั้น ถูกทำร้ายได้ด้วยหลายวิธี ทั้งโดยการขัดถูจากสารเคมี หรือจากรอยโรคเดิมของผิวหนังเองที่เป็นสาเหตุ การระบุชัดลงไปตายตัวว่าสารเคมีตัวนั้นตัวนี้หรืิอ ทรีทเม้นวิธีนั้นนี้เป็นสาเหตุทำลาย skin Barrier นั้นบอกได้ยากไม่มีหลักการตายตัว อยู่ที่ความเหมาะสมในการใช้มากกว่า เช่น น้ำดูเป็นมิตรต่อผิว แต่การล้างหน้ามาก ๆบ่อย ๆ เกินความจำเป็นก็ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อ skin barrier ได้เช่นกัน สาเหตุของการทำลาย skin barrier ที่พอจะยกตัวอย่างได้เช่น การใช้ scrub ขัดถูหน้ามาก ๆ หรือการใช้สารเคมีลอกหน้าที่เข้มข้น เป็นสาเหตุทำลาย skin barrier หรือกำแพงผิวหนังได้เช่นกัน



         การแก้ไขปัญหาผิวแพ้ง่าย

          1. เริ่มจากมาพบแพทย์ผิวหนัง โดยแพทย์ก็จะตรวจดูว่ามีสาเหตุมาจากโรคผิวหนังอื่น ๆ หรือไม่ เช่น ภูมิแพ้ เซบเดิม หรืออื่น ๆ

          2. งดใช้เครื่องสำอางทุกชนิดค่ะ ใช้ได้แต่ที่จำเป็นเช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ให้ความชุ่มชื้น ชนิดที่ผลิตเพื่อผิวแพ้ง่าย (ไม่มีน้ำหอม สารกันเสีย)

          3. หลีกเลี่ยงสารระคายเคืองต่าง ๆ เช่น ยารักษาสิว ผลิตภัณฑ์ ทีเป็นกรดผลไม้ AHA, BHA

          4. ไม่แกะ เกา หรือถูหน้าแรง ๆ ให้ใช้ผ้านุ่ม ๆ ซับหน้า

         ข้อแนะนำในการป้องกันผิวแพ้ง่าย

          สาว ๆ คนไหนอยากมีผิวหน้าสุขภาพดีไม่ต้องรอให้ผิวแพ้ง่ายแล้วค่อยดูแลผิวหน้า ควรเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้เลย ห้ามแกะ เกา ถูหน้าแรง ๆ เวลาเช็ดหน้าก็ให้ซับเอา ลองคิดดูถ้าผิวหน้าเราเป็นผ้าขนหนูซักผืน ถูนั่นถูนี่สิบปียี่สิบปี ขนหลุดสีเปลี่ยนหมด แต่โชคดีที่ผิวหน้าเราธรรมชาติสร้างมาให้ทนทานกว่านั้น ขนาดถูกเช็ดถูกถูมาเป็นสามสิบสี่สิบปียังไม่ขาดไปเหมือนผ้า อย่างมากก็แค่เหี่ยวแค่ย่น ดังนั้นสุขภาพร่างกายเป็นสมบัติที่ล้ำค่าต้องคอยดูแลรักษาให้ดี

          ปฏิบัติเช่นนี้เป็นเวลา ครึ่งถึงหนึ่งปี ผิวหน้าจึงจะค่อย ๆ เริ่มใช้เครื่องสำอางได้ (ใช้หน้ามากมานานก็ต้องให้เค้าพักนานหน่อย) โดยเวลาเริ่มใช้เครื่องสำอางก็ให้ค่อย ๆ เริ่มทีละอย่างสองอย่าง ลองดูสองอาทิตย์ไม่มีปัญหาก็เริ่มเพิ่มเครื่องสำอางอีกได้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้เครื่องสำอางค์ก็ควรใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น จะดีที่สุด


ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

10 คำแนะนำสำหรับผิวสาววัย30+มาแล้วจ๋าาาาาาาาา





10 คำแนะนำสำหรับผิวสาววัย 30+ 

          เมื่อนาฬิกาผิวเดินมาถึงเลขสาม อะไร ๆ ที่เคยสดใสเปล่งปลั่งก็เริ่มส่งสัญญาณแห่งวัยออกมา เรามีข้อแนะนำเพื่อให้คุณเป็นสาวสามสิบยังแจ๋ว


         1. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อสภาพอากาศ
 การที่ร่างกายขาดน้ำมีผลต่อร่างกายในทุก ๆ ส่วนรวมถึงผิวด้วย ยิ่งในวัยที่มากขึ้นผิวของเราก็จะแห้งไวขึ้น ควรดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว เพื่อคงความชุ่มชื่นของผิว 
         

         2.รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผิวจะสวยได้ก็ด้วยความสมบูรณ์จากภายในร่างกาย อาหารที่ประกอบไปด้วยวิตามิน A, C, E อย่าง ผักที่มีสีเขียว สีส้ม ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ถั่ว ธัญญพืช จะดีสำหรับผิวพรรณเสมอ


         3.พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับสนิทไม่ได้มีประโยชน์ต่อสมอง และร่างกายสดชื่นเท่านั้น ผิวพรรณของคุณก็จะสดชื่นไปด้วย เนื่องจากขณะนอนหลับระบบประสาทอัตโนมัติจะทำการส่งอาหารให้แก่เซลล์ ทำให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว 
  
        4.ปกป้องผิวจากแสงแดด และรังสี UV แม้ยามแต่งกายเปิดเผยผิวส่วน คอ ไหล่ หรือมือตามแฟชั่น โดยทาครีมให้กันแดดให้ทั่วถึงบริเวณนี้ด้วย แสงแดดในเมืองไม่ได้มาจากบนฟ้าเสมอ แสงสะท้อนจากพื้นถนน ลานจอดรถ ผนังกระจกอาคารหรือแม้แต่สระน้ำก็มีผลต่อสุขภาพผิว


        
 
5. อยู่ห่างควันบุหรี่ และถ้าคุณเป็นคนที่สูบอยู่เลิกเถอะค่ะ ถ้ายังอยากมีผิวสวย เพราะบุหรี่เป็นตัวการทำให้ผิว "แก่" เร็วขึ้นเป็นอันดับสองรองจากแสงอาทิตย์ เนื่องมาจากสารนิโคตินในควันบุหรี่จะมีผลต่อการส่งออกซิเจนไปสู่ผิว        

         6. ในวัยสามสิบนี้การผลัดผิวจะเริ่มช้าลง ผิวพรรณจะเริ่มแสดงริ้วรอยมากขึ้น ควรขัดผิวเป็นประจำทุกสัปดาห์เพื่อให้เซลล์ผิวชั้นนอกหลุดออกและเปิดเผยผิวที่ขึ้นใหม่


         7. เมื่อเริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยหรือจุดด่างดำอย่านิ่งนอนใจ
 เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยลบเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ ครีมต่าง ๆ ที่เคยใช้มาในวัย 20 อาจจะไม่มีคุณสมบัตินี้นะคะ







สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/
อีเมล์pannfit@gmail.com

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

หน้าผากดำ คล้ำกว่าหน้ารักษายังไงดี ?





          เพราะความหมองคล้ำและผิวที่ดูกระดำกระด่างบนใบหน้า คือ ตัวการที่มักสร้างความกังวลใจกับสาว ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะผิวบริเวณหน้าผาก ที่เรียกว่าเป็นจุดเด่นและจุดสำคัญบนใบหน้า หากความดำและร่องรอยจุดต่าง ๆ มาเยือนก็นับว่าเป็นอะไรที่ทำใจได้ยาก จนถึงขั้นต้องรีบหาทางออกกันแบบด่วน ๆ เลยทีเดียว สำหรับใครที่เผชิญหน้ากับปัญหานี้อยู่ กระปุกดอทคอมมีวิธีง่าย ๆ ที่มาช่วยรับมือและแก้ไขปัญหานี้มาฝากกัน ขอบอกเลยว่าวิธีแก้นั้นไม่ยุ่งยาก เพียงทำตาม ดังนี้

           
ใช้ครีมบำรุงที่ช่วยปรับสภาพผิวหมองคล้ำ

          เป็นไปได้ว่าสาว ๆ บางคนอาจมีสิวและร่องรอยจุดด่างดำต่าง ๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับผิวบริเวณหน้าผากโดนแสงแดดส่องทำลายผิวหนังโดยตรง จึงทำให้หน้าผากยิ่งคล้ำและดำมากไปกว่าเดิม ดังนั้นจึงควรใส่ใจบำรุงผิวบริเวณหน้าผากให้มากขึ้น ด้วยการเลือกใช้ครีมทาหน้าที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่งและครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ทาเป็นประจำทุกเช้า เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวและปกป้องผิวไม่ให้คล้ำเสียสะสม ส่วนตอนกลางคืนให้ใช้ไนท์ครีมสูตรเข้มข้นหรือเซรั่มที่มีวิตามินซี วิตามินเอหรือเอเอชเอ ทาบริเวณหน้าผาก เพื่อช่วยปรับสภาพสีผิวของหน้าผากให้ขาวกระจ่างใส ดูสม่ำเสมอเท่ากันทั้งใบหน้า

           ครีมกันแดด...ลืมไม่ได้เด็ดขาด


          อย่างทื่รู้กันว่าอากาศบ้านเรา ไม่ว่าจะฤดูไหน ๆ ก็ไว้วางใจเรื่องแสงแดดไม่ได้ เพราะบางวันเห็นฟ้าครึ้ม ๆ เผลอแป๊บเดียวกลับแดดจ้าซะงั้น ครีมกันแดดจึงเปรียบเสมือนอาวุธคู่กายที่สาว ๆ ไม่ควรละเลยเป็นอันขาด แล้วอย่าลืมเลือกค่า SPF ให้เหมาะกับตัวเองด้วยนะจ๊ะ

           สครับหรือมาส์กผลัดเซลล์ผิว 

          จะบำรุงให้เกิดประสิทธิภาพทั้งที งานนี้ก็ต้องจัดให้ครบทุกขั้นตอน สักหน่อย สาว ๆ ที่อยากหน้าผากขาวใสแบบประหยัด ต้องลองสครับสูตรสุมนไพรไทย เพียงนำผงขมิ้น น้ำมะขามเปียก นมสด ผสมให้เข้ากันอย่างละนิด แล้วจัดแจงพอกทิ้งไว้ 10 นาที สัปดาห์ละ 2 ครั้ง รับรองว่าเวิร์คเห็นผลชัวร์ !

           รักษาด้วยเลเซอร์กลุุ่มลดรอยดำ เพิ่มความกระจ่างใส
 
          เครื่องมือเสริมความงามยอดนิยมที่หลายต่อหลายคนเลือกใช้ ด้วยการทำเลเซอร์รักษาผิวที่มีปัญหา ความหมองคล้ำของผิว ได้แก่ การทำ IPL ,YAG LASER และการกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี เพื่อลดปัญหาความหมองคล้ำ กระตุ้นการผลัดเซลล์ใหม่ให้ขาวเนียนสดใส

           ใส่หมวกหรือกางร่มเป็นประจำ
 

          อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยปกป้องผิวบริเวณหน้าผากและใบหน้าไม่ให้หมองคล้ำได้ดี หากจำเป็นต้องเผชิญกับแสงรังสียูวีอันร้อนแรง หากคิดว่าครีมกันแดดอย่างเดียวเอาไม่อยู่ ก็รีบพกร่มและหมวกติดไว้ในกระเป๋าด่วน ๆ เลยจ้า


         
...เพียงเท่านี้ปัญหาหน้าผากดำคล้ำ ก็ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่อีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ 







ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/

ติดต่อสอบถาม  085-9083178

อีเมลล์ pannfit@gmail.com