แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขาวใส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขาวใส แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ผิวสวยผุดผ่องจากภายใน…สร้างได้ไม่ยาก>>>>>ด้วยสบู่คลอลาเจน


นอกจากการดูแลผิวพรรณภายนอกให้สวยกระจ่างใสได้แล้ว การดูแลผิวพรรณให้สวย ผุดผ่องจากภายในก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นเดียวกัน และอีกเช่นเคย เราไม่พลาดที่จะนำเทคนิควิธีการดูแลผิวพรรณให้สวยเปล่งปลั่งจากภายในสู่ภายนอกมาฝากกันอยู่แล้วค่ะ




1.กินอาหารเพื่อสุขภาพผิว – ผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ให้ผิวพรรณสามารถสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูตัวเองให้เกิดเซลล์ผิวที่แข็งแรงได้ นอกจากนี้ ผักและผลไม้ที่มีวิตามิน เกลือแร่ ที่จำเป็นต่อร่างกายยังช่วยให้ผิวกระจ่างสดใสได้ และการกินผลไม้ที่ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก อย่างลูกพรุน มะละกอ ฯลฯ ก็เป็นตัวช่วยหนึ่งที่เผยผิวกระจ่างใสได้เช่นกัน




2.ดื่มน้ำให้เพียงพอ –การดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว เป็นการคืนอาหารผิวชั้นเยี่ยมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเห็นได้ว่าการดื่มน้ำมักทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีความชุ่มชื้นเสมอ ยิ่งสำหรับสาวผิวแห้ง แนะนำให้พกพาขวดน้ำไว้ดื่มเรื่อยๆ เพราะน้ำจะช่วยฟื้นฟูเซลล์อ่อนล้าให้เปล่งปลั่ง แข็งแรงได้เป็นอย่างดี ทำให้ร่างกายและสมองสดชื่นเต็มที่






3.นอนพักผ่อนให้เต็มอิ่ม– การนอนวันละ 7-8ชั่วโมงหรือนอนให้ร่างกายรู้สึกเต็มอิ่ม พบว่าหลังจากตื่นนอนมาแล้วผิวพรรณจะไม่เหี่ยวแห้งหรือทรุดโทรมแต่อย่างใด แต่หากเมื่อไรที่คุณนอนหลับไม่เพียงพอเมื่อนั้นคุณจะพบความหมองคล้ำ บนสภาพผิวอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณไม่เปล่งปลั่งสดใสอย่างใจ เนื่องจากการนอนหลับให้เต็มอิ่มจะทำให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังไปพร้อมกันนั่นเอง




4.ออกกำลังกาย –ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการออกกำลังกายเป็นตัวกระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่ช่วยเผยผิวพรรณสดใสให้คุณได้ หากต้องการผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนะคะ สุขภาพแข็งแรงแล้ว ผิวพรรณย่อมดีตามแน่นอน



อย่าลืมนำเทคนิควิธีดูแลผิวสวยผุดผ่องจากภายในไปใช้กันนะคะ รับรองคุณจะมีผิวพรรณสวยสมใจได้ไม่ยาก และใครที่เข้าใกล้เป็นต้องสะดุดตาไปตามๆ กันแน่นอน



    

ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com



วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2556

8 วิธีบำรุงผิวอย่างมีประสิทธิภาพอย่างได้ผล

            




         เพราะการบำรุงผิวไม่ได้หมายถึงการทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการบำรุงผิวอย่างถูกวิธี และเตรียมสภาพผิวหน้าให้พร้อมรับการบำรุง เพื่อให้สารบำรุงต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนจะเตรียมผิวหน้าให้ได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่อย่างไรมาดูกันค่ะ

 1. สครับผิว

         เซลล์ผิวหนังชั้นนอกสุดที่เริ่มหมดสภาพ จะทำหน้าที่คล้ายกำแพงที่ขัดขวางไม่ให้สารบำรุงผิวต่าง ๆ ผ่านลงสู่ชั้นผิวด้านล่างได้สะดวก ทำให้ผิวชั้นล่างไม่สดใส รวมทั้งชั้นบนเองก็หมองคล้ำอย่างเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพด้วย ลองสครับผิวด้วยสครับสูตรอ่อนโยนเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อขจัดผิวที่เสื่อมสภาพชั้นบนสุดออก เปิดทางให้ผิวชั้นล่างที่สดใสกว่าขึ้นมาทดแทน พร้อมทั้งรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ด้วย

 2. เรียงลำดับการใช้ครีมบำรุงอย่างเหมาะสม

         จงจำไว้ว่าอะไรก็ตามที่ทาลงไปก่อนจะซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น หากคุณต้องการให้ครีมบำรุงผิวชนิดใดออกฤทธิ์ดีที่สุด ก็ต้องทาครีมชนิดนั้นเป็นลำดับแรก อย่างเช่น หากต้องการให้รอยด่างดำดูจางลง ก็ต้องใช้ครีมลดรอยด่างดำก่อนครีมบำรุงผิวชนิดอื่น หรือหากคุณต้องการแก้ปัญหาผิวสองอย่างควบคู่ไปด้วยกัน อย่างเรื่องสิวและรอยด่างดำ ให้สลับใช้ครีมทั้งสองนั้นเป็นลำดับแรกสลับกันในช่วงเช้าและเย็น นอกจากกฎข้อนี้แล้ว สิ่งที่ควรทำตามอีกหนึ่งประการในการใช้ครีมบำรุงก็คือ ใช้ครีมที่มีความเข้มข้นน้อยไปหาครีมที่มีความเข้มข้นมาก อันจะทำให้สามารถซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีพอ ๆ กันตามลำดับความเข้มข้นของมัน

  3.ใช้ครีมบำรุงหลังล้างหน้าเสร็จใหม่ ๆ 

         ผิวหน้าที่เพิ่งผ่านการล้างมา มีคุณสมบัติคล้ายฟองน้ำ ซึ่งจะดูดซับสารบำรุงต่าง ๆ ได้ดีเยี่ยม เพราะฉะนั้นเวลาหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ จึงเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการทาครีมบำรุงผิว

  4. ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น

         การล้างหน้าด้วยน้ำพออุ่น ๆ เป็นการวอร์มผิวให้พร้อมรับการบำรุง อุณหภูมิจากน้ำอุ่นจะทำให้เซลล์ผิวรวมทั้งเส้นเลือดฝอยที่อยู่ใต้ผิวหนังขยายตัวเพื่อคายความร้อนที่สูงขึ้น นั่นหมายความว่ามีพื้นผิวที่พร้อมรับสารอาหารที่มีประโยชน์จากครีมบำรุงเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

 
 5. ทาครีมเนื้อหนักทับหลังการบำรุงผิว

         การทาครีมเนื้อหนักอย่างครีมที่มีส่วนผสมของปิโตรเลียมเจล เนเชอรัลบัตเตอร์ แว็กซ์ หรือ ออยล์ เป็นส่วนผสมหลัก เป็นลำดับสุดท้ายหลังจากเสร็จสิ้นการทาครีมบำรุงผิวอื่น ๆ จะเป็นการกักให้ครีมบำรุงผิวนั้นซึมลงสู่ผิวหน้าและทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่มีข้อยกเว้นคือห้ามทำเช่นนี้กับครีมที่มีส่วนผสมของ เรตินอยด์ วิตามินซี และ ไฮโดรควิโนน ในเปอร์เซ็นต์สูง เพราะจะทำให้ออกฤทธิ์แรงเกินไป และเกิดอาการระคายเคืองผิวหน้าได้

 6. ใช้เรตินอยด์ในยามก่อนนอนเท่านั้น

         ครีมบำรุงอย่างเรตินอยด์ที่ออกฤทธิต้านการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี แต่เหมาะที่จะใช้ในเวลากลางคืนเท่านั้น เนื่องจากรังสียูวีที่มีอยู่ในแสงแดดจะรบกวนทำให้มันไม่สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ครีมจะทำงานได้ดีขึ้นในยามที่เราหลับ เพราะในขณะที่นอนอุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้นราวครึ่งองศา เส้นเลือดฝอยอยู่ใกล้ผิวหนังมากขึ้น และขยายตัวกว่าปกติ ทำให้ผิวหนังสามารถดูดซับสารบำรุงได้ดีกว่า 

  7. ใช้เซรั่มเพื่อการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก

         เซรั่มเป็นการนำเอาสารบำรุงต่าง ๆ ที่เคยอยู่ในรูปของครีมหรือโลชั่น มาเป็นรูปของเหลว ซึ่งนอกจากจะเข้มข้นกว่าเพราะไม่ต้องถูกเจือจางด้วยเนื้อครีมแล้ว ยังซึมซับลงสู่ผิวง่ายกว่าด้วย หากอยากบำรุงผิวให้เห็นผลทันใจกว่าการใช้ครีมบำรุง เซรั่มบำรุงผิวสามารถตอบโจทย์ข้อนี้ของคุณได้ดีทีเดียวค่ะ

  8.จับคู่การบำรุงอย่างเหมาะสม

         การจับคู่ครีมบำรุงผิวให้เหมาะสมเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของครีมบำรุงผิวให้ดียิ่งขึ้น อย่างการจับคู่ระหว่างครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารกันแดดและสารแอนตี้ออกซิแดนท์ในตัว เนื่องจากในขณะที่ครีมกันแดดคอยปกป้องผิวจากรังสียูวี สารแอนตี้ออกซิแดนท์ก็จะทำงานได้ดีขึ้นเพื่อยับยั้งรังสียูวีที่อาจเล็ดลอดเข้ามาทำลายผิว และก่อตัวได้ดีขึ้นเพื่อยับยั้งปัจจัยอื่น ๆ ที่จะมาทำร้ายผิว หากครีมกันแดดที่คุณใช้ไม่มีส่วนผสมของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ลองใช้ครีมอื่นที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ควบคู่ไปด้วยกันได้เช่นกัน นอกจากนี้ การจับคู่ระหว่างสารเรตินอยด์และไฮโดรควิโนน จะทำให้เกิดประสิทธิภาพสามารถลบเลือนจุดด่างดำได้ดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ

         หากทำได้เช่นนี้ รับรองว่าสาว ๆ จะมีผิวสวยจากการได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่จากครีมบำรุงผิวที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแน่นอนค่ะ



ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ผิวแพ้ง่าย ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ





ผิวแพ้ง่ายต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

          ในช่วงชีวิตหนึ่งของสาวๆ ย่อมรักสวยรักงามเป็นธรรมดา จึงมีสาว ๆ หลาย ๆ คนที่มักหาเครื่องสำอางหรือทรีทเม้นท์บำรุงผิวหลากหลายมาลอง ซึ่งหารู้ไม่ว่าวันหนึ่งสาว ๆ อาจพบว่า ผิวหน้าของเรากลายเป็นผิวแพ้ง่ายไปซะแล้วก็ได้ บางทีถึงกับใช้เครื่องสำอางอะไรก็แพ้ แม้แต่เครื่องสำอางที่เคยใช้แล้วไม่มีปัญหาก็กลับมาแพ้ได้…

         สาเหตุของผิวแพ้ง่าย

          ความสำคัญของผิวไม่ใช่เป็นเรื่องความสวยความงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ แท้จริงแล้วผิวมีความสำคัญต่อร่างกายมาก เปรียบเสมือนกำแพงป้องกันร่างกายของเราจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่าง ๆ ภายนอก ผิวก็เหมือนกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกายค่ะ คือมีระบบประสาท ระบบสารสื่อประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน เหมือนทหารยามคอยดูแลกำแพงไว้ ถ้าเกิดมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาก็จะทำการสู้รบเกิดเป็นผิวหนังอักเสบได้

          ในผู้ที่มีภาวะผิวแพ้ง่าย หรือ sensitive skin เริ่มต้นจากการที่กำแพงผิวหนังเราไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดการกระตุ้นระบบประสาทรับรู้ของผิวได้ไวกว่าปกติ (การรับรู้ของผิวไม่ได้หมายถึงการแตะหรือการจับนะคะแต่หมายถึงการรับรู้ต่อสิ่งแปลกปลอมสารเคมีต่าง ๆ) เมื่อเกิดการรับรู้ไวกว่าปกติ ก็เกิดปฏิกิริยาการอักเสบได้ง่ายเกิดเป็นผิวแพ้ง่ายขึ้น

          สำหรับกำแพงผิวนั้น ถูกทำร้ายได้ด้วยหลายวิธี ทั้งโดยการขัดถูจากสารเคมี หรือจากรอยโรคเดิมของผิวหนังเองที่เป็นสาเหตุ การระบุชัดลงไปตายตัวว่าสารเคมีตัวนั้นตัวนี้หรืิอ ทรีทเม้นวิธีนั้นนี้เป็นสาเหตุทำลาย skin Barrier นั้นบอกได้ยากไม่มีหลักการตายตัว อยู่ที่ความเหมาะสมในการใช้มากกว่า เช่น น้ำดูเป็นมิตรต่อผิว แต่การล้างหน้ามาก ๆบ่อย ๆ เกินความจำเป็นก็ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อ skin barrier ได้เช่นกัน สาเหตุของการทำลาย skin barrier ที่พอจะยกตัวอย่างได้เช่น การใช้ scrub ขัดถูหน้ามาก ๆ หรือการใช้สารเคมีลอกหน้าที่เข้มข้น เป็นสาเหตุทำลาย skin barrier หรือกำแพงผิวหนังได้เช่นกัน



         การแก้ไขปัญหาผิวแพ้ง่าย

          1. เริ่มจากมาพบแพทย์ผิวหนัง โดยแพทย์ก็จะตรวจดูว่ามีสาเหตุมาจากโรคผิวหนังอื่น ๆ หรือไม่ เช่น ภูมิแพ้ เซบเดิม หรืออื่น ๆ

          2. งดใช้เครื่องสำอางทุกชนิดค่ะ ใช้ได้แต่ที่จำเป็นเช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ให้ความชุ่มชื้น ชนิดที่ผลิตเพื่อผิวแพ้ง่าย (ไม่มีน้ำหอม สารกันเสีย)

          3. หลีกเลี่ยงสารระคายเคืองต่าง ๆ เช่น ยารักษาสิว ผลิตภัณฑ์ ทีเป็นกรดผลไม้ AHA, BHA

          4. ไม่แกะ เกา หรือถูหน้าแรง ๆ ให้ใช้ผ้านุ่ม ๆ ซับหน้า

         ข้อแนะนำในการป้องกันผิวแพ้ง่าย

          สาว ๆ คนไหนอยากมีผิวหน้าสุขภาพดีไม่ต้องรอให้ผิวแพ้ง่ายแล้วค่อยดูแลผิวหน้า ควรเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้เลย ห้ามแกะ เกา ถูหน้าแรง ๆ เวลาเช็ดหน้าก็ให้ซับเอา ลองคิดดูถ้าผิวหน้าเราเป็นผ้าขนหนูซักผืน ถูนั่นถูนี่สิบปียี่สิบปี ขนหลุดสีเปลี่ยนหมด แต่โชคดีที่ผิวหน้าเราธรรมชาติสร้างมาให้ทนทานกว่านั้น ขนาดถูกเช็ดถูกถูมาเป็นสามสิบสี่สิบปียังไม่ขาดไปเหมือนผ้า อย่างมากก็แค่เหี่ยวแค่ย่น ดังนั้นสุขภาพร่างกายเป็นสมบัติที่ล้ำค่าต้องคอยดูแลรักษาให้ดี

          ปฏิบัติเช่นนี้เป็นเวลา ครึ่งถึงหนึ่งปี ผิวหน้าจึงจะค่อย ๆ เริ่มใช้เครื่องสำอางได้ (ใช้หน้ามากมานานก็ต้องให้เค้าพักนานหน่อย) โดยเวลาเริ่มใช้เครื่องสำอางก็ให้ค่อย ๆ เริ่มทีละอย่างสองอย่าง ลองดูสองอาทิตย์ไม่มีปัญหาก็เริ่มเพิ่มเครื่องสำอางอีกได้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้เครื่องสำอางค์ก็ควรใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น จะดีที่สุด


ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิธีการดูแลผิวคล้ำง่าย ให้ขาวใสดูดีอยู่เสมอ



          เพราะการมีผิวสวยเนียนใส สุขภาพดี ถือเป็นกระจกเงาที่ช่วยสะท้อนความสวยตามแบบฉบับของคุณสาว ๆ ได้ดีไม่แพ้กับใบหน้า ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้คุณผู้หญิงที่มีผิวหมองคล้ำดำเสียง่าย มีความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก ทั้งเลี่ยงแดดก็แล้ว ทาครีมก็แล้ว แต่ไหงผิวยังหมองคล้ำอีกนะ - -" สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะต้องหาวิธีดูแลผิวคล้ำง่ายอย่างไรดี วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีดูแลผิวพรรณให้สวยสดใสยาวนาน เหมาะสำหรับคนผิวคล้ำง่ายมาแนะนำกัน แล้วคุณจะรู้ว่าการมีผิวสวยกระจ่างใส นั้นไม่ยากอย่างที่คิด
            หมั่นบำรุงดูแลผิวเป็นประจำ
 เริ่มต้นจากการทำความสะอาดผิว ด้วยการขัดขี้ไคล ชะล้างคราบเหงื่อให้สะอาดหมดจด จากนั้นจึงทาด้วยมอยส์เจอไรเซอร์หรือครีมไวท์เทนนิ่งที่ช่วยบำรุงผิวของสาวผิวคล้ำง่ายให้สวยได้เร็ววัน อย่าลืมทาบริเวณข้อศอก หัวเข่า หลังแขนด้วยนะคะ เดี๋ยวผิวขาวแบบกระดำกระด่างไม่รู้ด้วยนะ

           
สครับ ขัดเซลล์ผิวเก่าออกเสียบ้าง นอกเหนือจากการบำรุงด้วยครีมนานาชนิดไปแล้ว หนทางที่ช่วยทำให้ผิวขาว เนียนใสได้ดีเยี่ยม คือ การขัดผิวอย่างสม่ำเสมอ อาจเลือกใช้สครับจากธรรมชาติ ที่หาได้ซื้อได้ง่าย เช่น ขมิ้น น้ำตาลทรายแดง มะขามเปียก ผสมกับนมสด แล้วนำมาขัดเบา ๆ ลงบนผิวเปียกให้ทั่ว ทิ้งไว้15 นาที ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับรองผิวใส เนียนกิ๊ง !    
           
   

           ฟื้นฟู ปรับสภาพด้วยเซรั่มหรือครีมที่มีประสิทธิภาพเข้มข้นเสริมพลังการบำรุงผิวสวยให้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ด้วยเซรั่มหรือครีมบำรุงผิวชนิดเข้มข้น โดยเฉพาะเซรั่มที่มีส่วนผสมจากเอเอชเอ วิตามินซี วิตามินบี ทาเป็นประจำทุกครั้งก่อนนอน เพื่อช่วยการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก

           ครีมกันแดด สำคัญเสมอ
 เพราะรังสียูวีในแสงแดด คือ ตัวการทำร้ายผิวสวยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะผิวที่ขาดการดูแลและไม่ได้รับการปกป้อง ดังนั้นหากสาว ๆ คนไหนไม่อยากให้ผิวดำคล้ำ ไหม้แดด ควรหาครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติช่วยปกป้องผิวในทุก ๆ วัน โดยเลือกค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป
           อย่าลืมเติมวิตามินจากธรรมชาติ หันมาบำรุงผิวสวย ด้วยการรับประทานผักและผลไม้ จำพวกผักใบเขียว ฟักทอง มะเขือเทศ ฝรั่ง ทับทิม แอปเปิล เป็นประจำ ทั้งยังควรดื่มน้ำต่อวันให้มาก ๆ อีกด้วย... ของดี ๆ มีประโยชน์แบบนี้ กินทุกวัน (ผิว) ดีทุกวันนะจ๊ะ ^^
         หากสาว ๆ คนไหนอยากมีผิวพรรณขาวกระจ่างใส ไม่คล้ำดำง่าย อย่าลืมนำวิธีดูแลผิวข้างต้นนี้ไปใช้กันดู และอย่าลืมทำเป็นประจำด้วยนะคะ จะได้มีผิวสวย ๆ อยู่คู่กับคุณไปยาวนาน





 ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สบู่ Collagen Soap

สบู่ Collagen Soap

ส่วนประกอบหลัก คือคอลลาเจนพรีเมี่ยมเกรด จากประเทศญี่ปุ่น เป็นสบู่
Handmade ได้ขึ้นทะเบียน อย. แล้ว ไม่มีสารเคมี จึงมั่นใจได้ว่า
สบู่ Collagen Soap เป็นสบู่ที่ใช้ได้ทั้งผิวกาย และผิวหน้า ไม่ก่อให้เกิด
การระคายเคืองอย่างแน่นอน สบู่ Collagen Soap มี 5 ประเภทของสบู่ ได้แก่

1.สบู่สำหรับลดกลิ่นตัว ใช้เพียงสองครั้งกลิ่นตัวจะหาย พิสูจน์ได้ มีส่วนผลมของ
Collagen และ
Charcoal Extract









2.สบู่สำหรับผิวหมองคล้ำ สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวหนังอักเสบ จะช่วยให้หน้าใส เต่งตึง
จะมีส่วนผสมของ Collagen และฟักข้าว




3.สบู่สำหรับสิว ฝ้า กระ หน้าหมองคล้ำ (ขายดีมาก) จะมีส่วนผสมของ Collagen และ
Artemisa annua Extract


4.สบู่สำหรับสิว ผิวหนังอักเสบ หน้าผื่นคัน หน้าแดงอักเสบ จะมีส่วนผสมของ Collagen
และ Garcinia mangostana Linn Extract






5.สบู่สำหรับผิวแห้ง บอบบาง แพ้ง่าย จะช่วยให้หน้าใส เต่งตึง จะมีส่วนผสมของ
Collagen เข้มข้น


สบู่ ทุกประเภท มีส่วนประกอบหลักคือ คอลลาเจนพรีเมี่ยมเกรด ไม่มีสารเคมี จึง
ใช้ได้ดีกว่าโฟมล้างหน้า ใช้ได้ทั้งผิวกายและผิวหน้า ไม่ระคายเคือง หน้าไม่แห้ง
กลิ่นหอมธรรมชาติ ราคาปกติก้อนละ 250 บาท พิเศษช่วงแนะนำสินค้า ราคาเพียง
ก้อนละ 189 บาทเท่านั้น

ผลลัพธ์จากผลิตภัณฑ์





 ดูข้อมูลได้ที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่ 


คุณ วราพร แคล้วศึก โทร. 0859083178


อีเมล์ pannfit@gmail.com




http://www.pannfitleadyx.blogspot.com


http://www.pannfitblenda.blogspot.com