วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิธีบำรุงผิวให้สวยใสสุขภาพดี ง่ายๆ 5 ขั้นตอน



1. กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ

อาหารเป็นสิ่งสำคัญต่อผิวมากกว่าเครื่องสำอางใดๆ ดังนั้นเราจึงควรเลือกอาหารที่จะช่วยดูแลสุขภาพผิวพรรณอย่างถูกต้อง เช่น อาหารอุดมวิตามินเอ เช่น นมสด ผลิตภัณฑ์จากนม ตับ ฟักทอง แคร์รอต ผักบุ้ง ตำลึง อาหารพวกนี้นอกจากจะช่วยทำให้ผิวสวยแล้ว ยังช่วยซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อในร่างกายอีกด้วย

• อาหารอุดมด้วยวิตามินบี เช่น เนื้อปลา เป็ด ไก่ ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ

• อาหารอุดมด้วยวิตามินซี เช่น ผักผลไม้ทั้งหลาย วิตามินซีในผักผลไม้จะช่วยทำให้ผิวหนังยืดหยุ่น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

• อาหารอุดมด้วยวิตามินอี เช่น จมูกข้าวสาลี ธัญพืชต่างๆ วิตามินอีจะช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน ป้องกันแผลเป็น

• น้ำมันปลา ซึ่งมีกรดไขมันโอเมกา-3 จะช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูมีสุขภาพดี

• ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร หรือ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว 

2. ทำอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ

แม้อารมณ์จะมีความสำคัญโดยอ้อมกับผิวพรรณ แต่ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ เพราะถ้าอารมณ์หงุดหงิด โกรธง่ายจะทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดไม่ดี ท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ไม่อยากอาหาร ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จึงส่งผลให้สุขภาพผิวแย่ไปด้วย 

3. พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยทำให้ใบหน้าดูสดใสเต่งตึง เนื่องจากผิวได้รับการซ่อมแซมในระหว่างหลับอย่างเต็มที่ การพักผ่อนในที่นี้ยังรวมถึงการผ่อนคลายในรูปแบบต่างๆ ด้วย เช่น การเล่นโยคะ บริหาร่างกาย นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ เป็นต้น
  
4. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมจะช่วยให้โลหิตนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยขับถ่ายพิษหรือของเสียออกจากร่างกายทางเหงื่อได้ ผิวพรรณจึงดูสดใส เปล่งปลั่ง และมีเลือดฝาด
  
5. ดูแลความสะอาดของผิวพรรณ

เป็นวิธีช่วยเพิ่มเสน่ห์ของผิวพรรณได้อีกทางหนึ่ง เพราะจะทำให้ผิวสดชื่นปลอดจากเชื้อโรคหรือเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง การอาบน้ำอุ่นอุณหภูมิพอเหมาะ (ประมาณ 38 องศาเซลเซียส) จะช่วยทำความสะอาดผิวหนังได้ดีมาก และยังกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด แต่หากอาบน้ำอุ่นจัดเป็นเวลานานเกินไปอาจทำให้อ่อนเพลียได้ง่าย สำหรับสบู่ที่ใช้ทำความสะอาดผิวควรมีค่า pH5 หรือน้อยกว่านั้นและควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำชนิดโฟม เพราะทั้งสบู่ที่มีฤทธิ์แรงและโฟมจะทำลายไขมันตามธรรมชาติที่เคลือบอยู่บนผิว ทำให้ผิวแห้ง หลังอาบน้ำควรทาครีมบำรุงผิวให้ทั่วตัว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว


    



ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เทคนิคการดูแลผิวสำหรับสีผิวที่แตกต่าง





ผิวของแต่ละคน แน่นอนว่าย่อมมีสีผิวที่แตกต่างกันตามแต่ยีนที่ได้รับมาจากสายเลือด หรือผิวของบางคนอาจหมองคล้ำลงด้วยการทำลายของแสงแดด แน่นอนว่าเมื่อสีผิวที่แตกต่างกัน ก็ย่อมมีการการดูแลบำรุงผิวที่ต่างกัน เพื่อให้ผิวของคุณนั้นสวยสมบูรณ์แบบ

ผิวขาว



เป็นผิวที่โชคดีโดยกำเนิด เพราะผิวสีขาวนั้นดูอย่างไรก็สวยสะอาด ยิ่งผิวมีความเนียน และยืดหยุ่นก็ยิ่งเพิ่มความน่ามอง ส่วนใหญ่ผู้ที่มีผิวขาวมักเป็นคนแถบยุโรป อเมริกา ซึ่งจะมีความขาวต่างกันออกไป ตั้งแต่ขาวนวล จนถึงขาวซีด ข้อดีของผิวขาวคือมีเมลานินปกป้องน้อยกว่าสีผิวประเภทอื่น เมื่อโดนแสงแดดถึงผิวจะคล้ำลงไม่นานก็กลับมาขาวได้เหมือนเดิม และยังเป็นผิวที่ตอบสนองต่อการบำรุงทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์บำรุง การขัดผิว การยกกระชับผิวหน้า และการผลัดเซลล์ผิวด้วยแต่ก็ไม่ควรชะล่าใจเพราะเป็นผิวที่ไวต่อแสงแดดจึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิว โดยเฉพาะครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง เพราะหากผิวโดนแดดเป็นเวลานานๆ ผิวอาจไหม้เกรียม และเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้เช่นกัน

ผิวเหลือง




จัดเป็นผิวที่น่ามองไม่แพ้ผิวขาว เพราะดูไม่คล้ำ และไม่ซีดเกินไป ผิวชนิดนี้จะอยู่ระหว่างสีเบจอ่อนๆ ไปจนถึงสีแทน ส่วนใหญ่เราจะพบสีผิวนี้ในคนเอเชีย เช่นคนไทย คนจีน เป็นผิวที่มีความต้านทานแดดค่อนข้างสูง มักไม่ค่อยปัญหาเรื่องผิวไหม้เกรียมจากแดด มักมีความนุ่มเนียนละเอียด รูขุมขนไม่กว้าง แต่ส่วนใหญ่คนผิวเรื่องมักมีปัญหาเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอกัน และมักมีผิวแห้ง ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย การดูแลผิวจึงต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวแห้ง และดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อให้ผิวดูชุ่มชื้น สดใส หากดูแลไม่ถูกวิธีก็จะทำให้ผิวซีด และหมองคล้ำไปได้

ผิวคล้ำ


สีผิวคล้ำแม้จะดูไม่สดใสเท่าที่ควร แต่หากได้รับการดูแลที่ดี ก็ทำให้ผิวดูน่ามองได้เหมือนกัน มักพบสีผิวนี้ในคนเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และคนไทยในภาคใต้ของเรา ผิวชนิดนี้มีข้อดีคือ ไม่ค่อยมีปัญหาผิวพรรณจากแสงแดด มีความเนียนเรียบ และยืดหยุ่นได้ดี เรียกว่าถึงจะคล้ำแต่ก็เนียนน่าสัมผัส และไม่ค่อยมีปัญหาริ้วรอยก่อนวัยเหมือนคนผิวขาว เพราะผิวคล้ำมีต่อมไขมันอยู่หนาแน่นกว่า
ข้อควรระวังคือ ผิวคล้ำมักทำให้เกิดสิวง่าย การดูแลรักษาความสะอาดของผิวพรรณจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
สิ่งจำเป็นในการดูแลผิวขั้นพื้นฐานและเฉพาะ

ผิวของคุณมีความต้องการมากกว่า 10 อย่างเพื่อที่จะมีสุขภาพและมีความสวยงามอย่างที่สุด ความต้องการเหล่านี้สามารถแยกออกมาเป็น 2 ส่วน : สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานและเฉพาะ สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของผิวคือความต้องการอย่างต่ำที่สุด สิ่งจำเป็นในแต่ละวันหรือขั้นตอนเป็นสิ่งที่ทุกสภาพผิวต้องการ สิ่งจำเป็นเฉพาะคือสิ่งที่ช่วยเฉพาะปัญหาจำเพาะบนผิวของคุณ ซึ่งสามารถที่จะรักษาได้โดยการใช้ขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นมาตามที่ต้องการ เริ่มที่อายุ 20 ปลายๆ ความ
ต้องการเฉพาะของเราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานและสิ่งจำเป็นเฉพาะทั้งสองอย่างรวมกันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผิว

ถึงแม้ว่าผิวจะต้องการสิ่งจำเป็น 10 อย่างเพื่อจะรักษารูปลักษณ์ที่ดีที่สุดให้ตรงกับความต้องการพื้นฐานในแต่ละวัน ด้วยกฏเกณฎ์ 4 ขั้นตอนที่เป็นพื้นฐานของการดูแลผิวในแต่ละวัน ขั้นตอนพื้นฐานสำคัญ 4 อย่างคือ การทำความสะอาด, การปรับสภาพผิว, การป้องกัน และ การให้ความชุ่มชื้น ความเข้าใจในแต่ละขั้นตอนจะช่วยให้เห็นถึงความชัดเจนของความสำคัญของแต่ละขั้นตอนซึ่งมีความจำเป็นต่อผิว

การทำความสะอาด (Cleanse): ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนจำเป็นสำหรับผิวซึ่งจะช่วยชะล้างน้ำมันส่วนเกิน, ความสกปรกและมลพิษออกจากผิว ถ้าหากสิ่งสกปรกพวกนี้ไม่ถูกขนัดออก ผิวของคุณอาจจะหมองคล้ำหรือซีดเซียว,ทั้งมีรูขุมขนที่อุดตันและอักเสบ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการผิดเพี้ยนของสี และแผลเป็น หรือ สารอนุมูลอิสระที่สามารถทำร้ายเซลล์ผิว รบกวนการสร้างเซลล์ใหม่ ทำให้ระคายเคืองผิวและเป็นต้นกำเนิดของการผิดเพี้ยนของสีผิว เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงผลลัพธ์แย่ๆเหล่านี้ควรทำความสะอาดผิวสองครั้งต่อวัน

การปรับสภาพผิว (Tone): การปรับสภาพผิวเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำทุกวันเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผิวสำหรับรับผลประโยชน์จากผลิตภัณฑ์อื่นๆและควรทำทุกวัน วันละสองครั้ง หลังจากทำความสะอาดผิว การปรับสภาพผิวนั้นมีผลในหลายๆทาง การปรับสภาพผิวทำให้ผิวเย็นลง, นอกจากนี้ยังช่วยลดความชัดเจนของรูปขุมขนและช่วยปรับค่า pH ของผิวให้สมดุลย์

การป้องกัน (Protect): ขั้นตอนการป้องกันผิวนั้นจำเป็นสำหรับผิวนั้นคือการให้ความชุ่มชื้นให้กับผิวยามเช้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผสม SPF เพื่อป้องกันรังสียูวีที่เป็นอันตรายและสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดความเครียด อันตรายจากแสงแดดทำให้ตัวป้องกัรความชุ่มชื้นและโครงสร้างโปรตีนของผิวลดลงรวมไปถึงก่อให้เกิดการผิดเพี้ยนของสี – รวมไปถึงสัญญาณแห่งวัยที่เกิดก่อนเวลาอันควร
การให้ความชุ่มชื้น (Hydrate): ขั้นตอนให้ความชุ่มชื้นจะให้สารไขมันที่จำเป็น, เติมความชุ่มชื้นและเป็นตัวซ่อมแซมสำคัญในการฟื้นฟูสภาพผิวอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในยามดึก การให้ความชุ่มชื้นยามดึกควรทำวันละครั้งในตอนกลางคืน

เคล็ดลับง่ายๆ ที่บอกไปเหล่านี้ จำเป็นสำหรับผิวมากๆ ถ้าอยากผิวสวย กระจ่างใส ก็ต้องเคร่งครัดในการดูแลรักษานะจ้ะ










 ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com

วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2556

8 วิธีบำรุงผิวอย่างมีประสิทธิภาพอย่างได้ผล

            




         เพราะการบำรุงผิวไม่ได้หมายถึงการทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการบำรุงผิวอย่างถูกวิธี และเตรียมสภาพผิวหน้าให้พร้อมรับการบำรุง เพื่อให้สารบำรุงต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนจะเตรียมผิวหน้าให้ได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่อย่างไรมาดูกันค่ะ

 1. สครับผิว

         เซลล์ผิวหนังชั้นนอกสุดที่เริ่มหมดสภาพ จะทำหน้าที่คล้ายกำแพงที่ขัดขวางไม่ให้สารบำรุงผิวต่าง ๆ ผ่านลงสู่ชั้นผิวด้านล่างได้สะดวก ทำให้ผิวชั้นล่างไม่สดใส รวมทั้งชั้นบนเองก็หมองคล้ำอย่างเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพด้วย ลองสครับผิวด้วยสครับสูตรอ่อนโยนเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อขจัดผิวที่เสื่อมสภาพชั้นบนสุดออก เปิดทางให้ผิวชั้นล่างที่สดใสกว่าขึ้นมาทดแทน พร้อมทั้งรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ด้วย

 2. เรียงลำดับการใช้ครีมบำรุงอย่างเหมาะสม

         จงจำไว้ว่าอะไรก็ตามที่ทาลงไปก่อนจะซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น หากคุณต้องการให้ครีมบำรุงผิวชนิดใดออกฤทธิ์ดีที่สุด ก็ต้องทาครีมชนิดนั้นเป็นลำดับแรก อย่างเช่น หากต้องการให้รอยด่างดำดูจางลง ก็ต้องใช้ครีมลดรอยด่างดำก่อนครีมบำรุงผิวชนิดอื่น หรือหากคุณต้องการแก้ปัญหาผิวสองอย่างควบคู่ไปด้วยกัน อย่างเรื่องสิวและรอยด่างดำ ให้สลับใช้ครีมทั้งสองนั้นเป็นลำดับแรกสลับกันในช่วงเช้าและเย็น นอกจากกฎข้อนี้แล้ว สิ่งที่ควรทำตามอีกหนึ่งประการในการใช้ครีมบำรุงก็คือ ใช้ครีมที่มีความเข้มข้นน้อยไปหาครีมที่มีความเข้มข้นมาก อันจะทำให้สามารถซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีพอ ๆ กันตามลำดับความเข้มข้นของมัน

  3.ใช้ครีมบำรุงหลังล้างหน้าเสร็จใหม่ ๆ 

         ผิวหน้าที่เพิ่งผ่านการล้างมา มีคุณสมบัติคล้ายฟองน้ำ ซึ่งจะดูดซับสารบำรุงต่าง ๆ ได้ดีเยี่ยม เพราะฉะนั้นเวลาหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ จึงเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการทาครีมบำรุงผิว

  4. ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น

         การล้างหน้าด้วยน้ำพออุ่น ๆ เป็นการวอร์มผิวให้พร้อมรับการบำรุง อุณหภูมิจากน้ำอุ่นจะทำให้เซลล์ผิวรวมทั้งเส้นเลือดฝอยที่อยู่ใต้ผิวหนังขยายตัวเพื่อคายความร้อนที่สูงขึ้น นั่นหมายความว่ามีพื้นผิวที่พร้อมรับสารอาหารที่มีประโยชน์จากครีมบำรุงเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

 
 5. ทาครีมเนื้อหนักทับหลังการบำรุงผิว

         การทาครีมเนื้อหนักอย่างครีมที่มีส่วนผสมของปิโตรเลียมเจล เนเชอรัลบัตเตอร์ แว็กซ์ หรือ ออยล์ เป็นส่วนผสมหลัก เป็นลำดับสุดท้ายหลังจากเสร็จสิ้นการทาครีมบำรุงผิวอื่น ๆ จะเป็นการกักให้ครีมบำรุงผิวนั้นซึมลงสู่ผิวหน้าและทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่มีข้อยกเว้นคือห้ามทำเช่นนี้กับครีมที่มีส่วนผสมของ เรตินอยด์ วิตามินซี และ ไฮโดรควิโนน ในเปอร์เซ็นต์สูง เพราะจะทำให้ออกฤทธิ์แรงเกินไป และเกิดอาการระคายเคืองผิวหน้าได้

 6. ใช้เรตินอยด์ในยามก่อนนอนเท่านั้น

         ครีมบำรุงอย่างเรตินอยด์ที่ออกฤทธิต้านการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี แต่เหมาะที่จะใช้ในเวลากลางคืนเท่านั้น เนื่องจากรังสียูวีที่มีอยู่ในแสงแดดจะรบกวนทำให้มันไม่สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ครีมจะทำงานได้ดีขึ้นในยามที่เราหลับ เพราะในขณะที่นอนอุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้นราวครึ่งองศา เส้นเลือดฝอยอยู่ใกล้ผิวหนังมากขึ้น และขยายตัวกว่าปกติ ทำให้ผิวหนังสามารถดูดซับสารบำรุงได้ดีกว่า 

  7. ใช้เซรั่มเพื่อการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก

         เซรั่มเป็นการนำเอาสารบำรุงต่าง ๆ ที่เคยอยู่ในรูปของครีมหรือโลชั่น มาเป็นรูปของเหลว ซึ่งนอกจากจะเข้มข้นกว่าเพราะไม่ต้องถูกเจือจางด้วยเนื้อครีมแล้ว ยังซึมซับลงสู่ผิวง่ายกว่าด้วย หากอยากบำรุงผิวให้เห็นผลทันใจกว่าการใช้ครีมบำรุง เซรั่มบำรุงผิวสามารถตอบโจทย์ข้อนี้ของคุณได้ดีทีเดียวค่ะ

  8.จับคู่การบำรุงอย่างเหมาะสม

         การจับคู่ครีมบำรุงผิวให้เหมาะสมเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของครีมบำรุงผิวให้ดียิ่งขึ้น อย่างการจับคู่ระหว่างครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารกันแดดและสารแอนตี้ออกซิแดนท์ในตัว เนื่องจากในขณะที่ครีมกันแดดคอยปกป้องผิวจากรังสียูวี สารแอนตี้ออกซิแดนท์ก็จะทำงานได้ดีขึ้นเพื่อยับยั้งรังสียูวีที่อาจเล็ดลอดเข้ามาทำลายผิว และก่อตัวได้ดีขึ้นเพื่อยับยั้งปัจจัยอื่น ๆ ที่จะมาทำร้ายผิว หากครีมกันแดดที่คุณใช้ไม่มีส่วนผสมของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ลองใช้ครีมอื่นที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ควบคู่ไปด้วยกันได้เช่นกัน นอกจากนี้ การจับคู่ระหว่างสารเรตินอยด์และไฮโดรควิโนน จะทำให้เกิดประสิทธิภาพสามารถลบเลือนจุดด่างดำได้ดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ

         หากทำได้เช่นนี้ รับรองว่าสาว ๆ จะมีผิวสวยจากการได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่จากครีมบำรุงผิวที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแน่นอนค่ะ



ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com

วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สูตรบำรุงผิวหน้าสวยใส ใครๆก็ทำได้เอง ไม่ต้องเสียเงินมากมาย

สูตรบำรุงผิวหน้าสวยใส ใครๆก็ทำได้เอง ไม่ต้องเสียเงินมากมาย 




เพื่อรักษาหน้า เรามาดูแลหน้าเราเองด้วยตัวเองกันดีกว่า

1. สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้ผิวหน้า ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาดแอปเปิ้ลไม่ปลอกเปลือกประมาณครึ่งผล ปั่นให้ละเอียดพอกหน้า
เว้นที่เปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออก

2. สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใสนำแอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่น พอละเอียดได้ที่ จากนั้นนำน้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนชาใส่ลงไป คนให้เข้ากัน

แล้วพอกชโลมให้ทั่ว เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก

3. สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้าน เตรียมโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และมะเขือเทศลูกเล็กๆ 3 ลูก ปั่นโยเกิร์ตกับมะเขือเทศให้ละเอียด แล้วนำพอกหน้าให้ทั่ว

โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก

4. สูตรหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำ ผสมโยเกิร์ต 1 ถ้วย กับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ชโลมให้ทั่วใบหน้า

แล้วขัดๆ ถูๆ ให้ทั่ว ขัด 5 นาที ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วล้างออก 


ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ผิวแพ้ง่าย ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ





ผิวแพ้ง่ายต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

          ในช่วงชีวิตหนึ่งของสาวๆ ย่อมรักสวยรักงามเป็นธรรมดา จึงมีสาว ๆ หลาย ๆ คนที่มักหาเครื่องสำอางหรือทรีทเม้นท์บำรุงผิวหลากหลายมาลอง ซึ่งหารู้ไม่ว่าวันหนึ่งสาว ๆ อาจพบว่า ผิวหน้าของเรากลายเป็นผิวแพ้ง่ายไปซะแล้วก็ได้ บางทีถึงกับใช้เครื่องสำอางอะไรก็แพ้ แม้แต่เครื่องสำอางที่เคยใช้แล้วไม่มีปัญหาก็กลับมาแพ้ได้…

         สาเหตุของผิวแพ้ง่าย

          ความสำคัญของผิวไม่ใช่เป็นเรื่องความสวยความงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ แท้จริงแล้วผิวมีความสำคัญต่อร่างกายมาก เปรียบเสมือนกำแพงป้องกันร่างกายของเราจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่าง ๆ ภายนอก ผิวก็เหมือนกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกายค่ะ คือมีระบบประสาท ระบบสารสื่อประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน เหมือนทหารยามคอยดูแลกำแพงไว้ ถ้าเกิดมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาก็จะทำการสู้รบเกิดเป็นผิวหนังอักเสบได้

          ในผู้ที่มีภาวะผิวแพ้ง่าย หรือ sensitive skin เริ่มต้นจากการที่กำแพงผิวหนังเราไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดการกระตุ้นระบบประสาทรับรู้ของผิวได้ไวกว่าปกติ (การรับรู้ของผิวไม่ได้หมายถึงการแตะหรือการจับนะคะแต่หมายถึงการรับรู้ต่อสิ่งแปลกปลอมสารเคมีต่าง ๆ) เมื่อเกิดการรับรู้ไวกว่าปกติ ก็เกิดปฏิกิริยาการอักเสบได้ง่ายเกิดเป็นผิวแพ้ง่ายขึ้น

          สำหรับกำแพงผิวนั้น ถูกทำร้ายได้ด้วยหลายวิธี ทั้งโดยการขัดถูจากสารเคมี หรือจากรอยโรคเดิมของผิวหนังเองที่เป็นสาเหตุ การระบุชัดลงไปตายตัวว่าสารเคมีตัวนั้นตัวนี้หรืิอ ทรีทเม้นวิธีนั้นนี้เป็นสาเหตุทำลาย skin Barrier นั้นบอกได้ยากไม่มีหลักการตายตัว อยู่ที่ความเหมาะสมในการใช้มากกว่า เช่น น้ำดูเป็นมิตรต่อผิว แต่การล้างหน้ามาก ๆบ่อย ๆ เกินความจำเป็นก็ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อ skin barrier ได้เช่นกัน สาเหตุของการทำลาย skin barrier ที่พอจะยกตัวอย่างได้เช่น การใช้ scrub ขัดถูหน้ามาก ๆ หรือการใช้สารเคมีลอกหน้าที่เข้มข้น เป็นสาเหตุทำลาย skin barrier หรือกำแพงผิวหนังได้เช่นกัน



         การแก้ไขปัญหาผิวแพ้ง่าย

          1. เริ่มจากมาพบแพทย์ผิวหนัง โดยแพทย์ก็จะตรวจดูว่ามีสาเหตุมาจากโรคผิวหนังอื่น ๆ หรือไม่ เช่น ภูมิแพ้ เซบเดิม หรืออื่น ๆ

          2. งดใช้เครื่องสำอางทุกชนิดค่ะ ใช้ได้แต่ที่จำเป็นเช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ให้ความชุ่มชื้น ชนิดที่ผลิตเพื่อผิวแพ้ง่าย (ไม่มีน้ำหอม สารกันเสีย)

          3. หลีกเลี่ยงสารระคายเคืองต่าง ๆ เช่น ยารักษาสิว ผลิตภัณฑ์ ทีเป็นกรดผลไม้ AHA, BHA

          4. ไม่แกะ เกา หรือถูหน้าแรง ๆ ให้ใช้ผ้านุ่ม ๆ ซับหน้า

         ข้อแนะนำในการป้องกันผิวแพ้ง่าย

          สาว ๆ คนไหนอยากมีผิวหน้าสุขภาพดีไม่ต้องรอให้ผิวแพ้ง่ายแล้วค่อยดูแลผิวหน้า ควรเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้เลย ห้ามแกะ เกา ถูหน้าแรง ๆ เวลาเช็ดหน้าก็ให้ซับเอา ลองคิดดูถ้าผิวหน้าเราเป็นผ้าขนหนูซักผืน ถูนั่นถูนี่สิบปียี่สิบปี ขนหลุดสีเปลี่ยนหมด แต่โชคดีที่ผิวหน้าเราธรรมชาติสร้างมาให้ทนทานกว่านั้น ขนาดถูกเช็ดถูกถูมาเป็นสามสิบสี่สิบปียังไม่ขาดไปเหมือนผ้า อย่างมากก็แค่เหี่ยวแค่ย่น ดังนั้นสุขภาพร่างกายเป็นสมบัติที่ล้ำค่าต้องคอยดูแลรักษาให้ดี

          ปฏิบัติเช่นนี้เป็นเวลา ครึ่งถึงหนึ่งปี ผิวหน้าจึงจะค่อย ๆ เริ่มใช้เครื่องสำอางได้ (ใช้หน้ามากมานานก็ต้องให้เค้าพักนานหน่อย) โดยเวลาเริ่มใช้เครื่องสำอางก็ให้ค่อย ๆ เริ่มทีละอย่างสองอย่าง ลองดูสองอาทิตย์ไม่มีปัญหาก็เริ่มเพิ่มเครื่องสำอางอีกได้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้เครื่องสำอางค์ก็ควรใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น จะดีที่สุด


ดูข้อมูลที่  http://pannfitcollagen.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

เบอร์โทร 0859083178

อีเมล์pannfit@gmail.com